Friday, 21 August, 2026г.
russian english deutsch french spanish portuguese czech greek georgian chinese japanese korean indonesian turkish thai uzbek

пример: покупка автомобиля в Запорожье

 

ปิยบุตรตั้งข้อสังเกตยืดอายุศาลรัฐธรรมนูญรอทิ้งทวนฟันอนาคตใหม่หรือไม่???

ปิยบุตรตั้งข้อสังเกตยืดอายุศาลรัฐธรรมนูญรอทิ้งทวนฟันอนาคตใหม่หรือไม่???У вашего броузера проблема в совместимости с HTML5
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงที่มาของศาลรัฐธรรมนูญที่ตอนนี้ถูกตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา เพราะทั้ง 9 ท่าน มี 5 ท่าน ที่หมดวาระไปตั้งแต่เดือนเดือนพฤษภาคม 2560 ในตอนนั้น คสช. ออกคำสั่งให้สรรหาใหม่ได้เลย แต่อีก 15 วันถัดมากลับเปลี่ยนใจไม่ต้องสรรหาใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญออกมา จนกระทั่งมีสมาชิกวุฒิสภา มี พ.ร.ป. เกิดขึ้นเรียบร้อย คณะกรรมการสรรหาก็ได้เสนอชื่อไปที่วุฒิสภา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 แต่ปรากฎว่าวุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ พฤติกรรม ของว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ท่าน แต่ตรวจสอบช้ามาก ตามหลักการให้เวลาตรวจสอบ 45 วัน แต่ท่านบอกไม่พอ ได้มีการขอขยายเวลาอีก 30 วัน ถึง 3 ครั้ง จนขยายไปทั้งหมด 135 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 15 มกราคมนี้ เมื่อวันที่ 6 มกราคม วุฒิสภาก็ได้มีมติขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน เท่ากับขยายรวมทั้งหมด 150 วัน ซึ่งจะหมดเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติในสิ้นเดือนมกราคม 2563 ท่านจึงจะตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จ “ผมอดคิดไม่ได้ว่าเหตุใดจึงต้องต่อเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยาวนานขนาดนี้ ท่านตรวจสอบคุณสมบัติอย่างไรใช้เวลาถึง 150 วัน 5 เดือนเต็มๆ เท่ากับเฉลี่ยตรวจเดือนละ 1 คนหรือ องค์กรอื่นไม่เห็นตรวจนานขนาดนี้ หากมองปฏิทินดู ทำไมหวยมันลงพอดีกับคดีของพรรคอนาคตใหม่ ตรวจสอบจบปลายเดือนมกราคม คดีของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ คือวันที่ 21 มกราคม และหากคดีเงินกู้เร่งตัดสินอีก ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะตัดสินภายในสิ้นเดือนมกราคม พฤติการณ์แวดล้อมแบบนี้ ก็อดคิดไม่ได้หรอกครับว่า หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ท่านนี้ จะมีภาระกิจทิ้งทวนคือตัดสินคดีพรรคอนาคตใหม่เป็น 2 คดีสุดท้าย ผมขอตั้งคำถามกลับไปดังๆ เพราะชวนให้คิดจริงๆ ว่าการขอขยายถึง 5 เดือนขนาดนี้ถือว่านานเกินไป ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่บอกว่าตัดสินแล้วยุติธรรม จะต้องเชื่อ แต่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ ต้องทำให้สังคมพร้อมใจกันเชื่อด้วย” ในส่วนของ “คดีอิลูมินาติ” ที่มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะกล่าวหาว่าพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย “ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เข้าเหตุ และไม่ได้เป็นเหตุในการยุบพรรค แต่เขาร้องไป ศาลรัฐธรรมนูญก็รับและเปิดให้ต่อสู้กัน เพียงแต่ไม่เปิดให้ต่อสู้กันในศาล ให้ส่งเอกสารโต้กันไปมาแทน ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ส่งเอกสารแถลงปิดคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางผู้ร้องเองก็ส่งเอกสารแถลงปิดคดีเช่นกัน ผมได้อ่านแล้ว ก็แปลกใจ เพราะโดยปกติแล้วการแถลงปิดคดีจะไม่สามารถเพิ่มประเด็นหรือพยานหลักฐานใหม่ได้ แต่การแถลงปิดคดีของผู้ร้องนั้น ไม่รู้ว่าเรียนกฎหมายวิธีพิจารณาความมาบ้างหรือไม่ เพราะมีการเพิ่มเติมประเด็นอื่นและหลักฐานอื่นที่ไม่ได้อยู่ในการร้องและไม่ได้อยู่ในการต่อสู้ในชั้นแรกเข้ามาเต็มไปหมด แต่ไม่เป็นไรเพราะศาลรัฐธรรมนูญท่านก็คงมีดุลพินิจ ต้องยึดตามกฎหมายวิธีพิจารณาความ เราก็มั่นใจ และต้องรอดูกันต่อไป คนมักจะคาดการณ์กันว่าพรรคอนาคตใหม่โดนยุบแน่ บางคนมาพูดกับผมเลยว่านี่ยุบช้าไปด้วยซ้ำ ความเห็นต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแต่ละท่านที่คิดว่าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบแน่นอน มีความคิดอยู่บนฐานที่ว่า การยุบพรรคการเมืองในประเทศไทย ไม่ได้พิจารณาจากบริบทของกฎหมายอย่างเดียว แต่พิจารณาจากบริบททางการเมืองประกอบ หากเป็นแบบนี้จริงแสดงว่าการยุบพรรคการเมืองในประเทศไทย มิใช่เป็นเรื่องของการยุบพรรคการเมืองเพราะพรรคการเมืองนั้นมีพฤติกรรมที่ผิดต่อรัฐธรรมนูญ ผิดต่อกฎหมาย แต่ไปคิดในมิติในเชิงการเมืองมากกว่า” ตนเเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าอำนาจการวินิจฉัยไม่ได้อยู่ที่เขา “ปากกาไม่ได้อยู่ที่ผม ต่อให้ผมเขียนออกมาอย่างไร ก็ไม่มีทางเป็นคำวินิจฉัยได้ ขณะเดียวกันคน 9 คนที่ใส่ชุดครุยขึ้นไปนั่งตัดสินคดีบนบัลลังก์และมีชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญ เขาตัดสินแล้ว มีอำนาจ เพราะกฎหมายรับรองไว้ให้ แต่ในท้ายที่สุด พลังของเหตุผลจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร พลังของเหตุผลจะเป็นคำตอบ ไม่ใช่เรื่องของอำนาจที่ตัดสินแล้วจะมีผลทางกฎหมาย สังคมจะเชื่อมั่นได้หรือไม่อยู่ที่เหตุผลของการประกอบคำวินิจฉัย” สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวันที่ 8-10 มกราคมนี้ พรรคอนาคตใหม่เตรียมจะอภิปรายในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม ทั้งงบประมาณที่ใช้ไปในการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเปรียบเทียบกันแล้วหากยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปแล้วอาจใช้งบประมาณที่น้อยกว่าและได้กองทัพที่มีคุณภาพมากขึ้น งบประมาณในการซื้ออาวุธ งบประมาณที่ซ้ำซ้อน การโอนงบฯ ไป-มา การตั้งงบบุคลากรที่เกินจริง และงบประมาณแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วย โดยปิยบุตรจะอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณของสำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งมีการใช้งบประมาณในการจัดหลักสูตรโครงการอบรมค่อนข้างมาก ทั้งที่งานเหล่านี้มิใช่ภาระกิจของศาล และเรื่องของเบี้ยประชุมที่มีค่าใช้สอยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการอภิปรายครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบของฝ่ายค้าน และจะมีการเสนอให้ตัดงบประมาณออกไป โดยเฉพาะงบประมาณกระทรวงกลาโหม “ผมคิดว่าเมื่อประเทศมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ งบประมาณกระทรวงกลาโหมไม่ควรจะสูงขนาดนี้ เวลาเราใช้งบประมาณแผ่นดินไปซื้ออาวุธ เราต้องมาคำนวณว่าเราสามารถเอามาทำสวัสดิการ ทำเบี้ยผู้สูงอายุได้มากเท่าไหร่ เราสามารถนำมาแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตรได้มากเท่าไหร่ หากเราใช้เงินจำนวนเท่านี้” “ประเทศไทยเคยลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมมาแล้ว เมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 กระทรวงกลาโหมก็เป็นเป้าหมายแรกๆ ของการตัดลดงบประมาณ หลังรัฐประหาร 2549 จนถึง 2557 งบประมาณกระทรวงกลาโหมมีแต่เพิ่มขึ้นไม่ลดลงเลย ผมถือว่าครั้งนี้เป็นนิมิตรหมายอันดี เพราะมี ส.ส.​ 100 กว่าคนเกือบ 200 คนที่ไปแปรญัตติขอลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม”
Мой аккаунт