Saturday, 22 August, 2026г.
russian english deutsch french spanish portuguese czech greek georgian chinese japanese korean indonesian turkish thai uzbek

пример: покупка автомобиля в Запорожье

 

รับไม่ได้ร็อกสตาร์กลายเป็นตัวตลก! ‘กานต์ ลูก’เปิดใจ ปม ‘เสก’ป่วย เคยเอาพระเข้าข่ม

รับไม่ได้ร็อกสตาร์กลายเป็นตัวตลก! ‘กานต์ ลูก’เปิดใจ ปม ‘เสก’ป่วย เคยเอาพระเข้าข่มУ вашего броузера проблема в совместимости с HTML5
รับไม่ได้ร็อกสตาร์กลายเป็นตัวตลก! ‘กานต์-ลูก’เปิดใจ ปม ‘เสก’ป่วย เคยเอาพระเข้าข่ม กานต์-ลูก” เปิดใจ ยอมรับ เสก เป็นไบโพลาร์มาแล้ว นับสิบปีก่อนนี้เคยเอาทางพระเข้าข่ม แต่ไม่ได้ผล จึงไปหาหมอกินยา อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งไม่ยอมกินยาเลยเกิดอาการ เผยสาเหตุที่ต้องเข้ามายุ่งเพราะรับไม่ได้ที่ร็อกสตาร์กลายเป็นตลกออนไลน์ ลูกชาย “เสือ”ระบุตอนนี้โตแล้ว ต้องเข้ามาดูแลครอบครัว เผยเคยไปเยี่ยมพบบ้านสกปรกเพราะเสก ไล่ลูกน้องออกหมด เพราะไม่เชื่อใจใคร เคยคุยกันบอกเห็นคราบน้ำเป็นพระ ถ่ายรูปย้อนแสงก็ว่าปาฏิหาริย์ ยอมรับห่วงน้อง 2 คน มีปมเก็บกดในจิตใจ เตรียมแถลงอีกครั้งวันนี้ที่แกรมมี่ เสก / เมื่อวันที่ 20 ส.ค. หลังจากที่ร็อกสตาร์ ชื่อดัง เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ถูกภรรยาเก่าและลูกชาย ร่วมมือกับภรรยาคนปัจจุบันนำคนเข้าไปพาส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 18 ส.ค. หลังจากที่ไลฟ์สดเฟซบุ๊กมาราธอนติดต่อกันหลายวัน จนแฟนคลับกังวลว่าเสก อาจจะเป็นไบโพลาร์ และอาจเกิดอันตรายกับตัวเองและ คนใกล้ชิดได้ ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ส.ค. กานต์-วิภากร ศุขพิมาย และน้องเสือ เสฎกานต์ ศุขพิมาย ภรรยาและลูกชายของเสก เดินทางไปออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 28 โดยกานต์ เปิดเผยว่า เสกเป็นไบโพลาร์มาแล้ว 10 กว่าปี เมื่อเป็นจะซึมเศร้า ไม่ออกจากบ้าน ไม่เจอใคร เป็นทุกข์ตลอดเวลา อยู่กับใครไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่สนุก ต้องอยู่กับตนคนเดียว ต้องคุยเป็นเพื่อนเขาตลอดเวลา ลูกยังไม่กล้าเจอ ไม่อยากให้เห็นในสิ่งที่เขาเป็น เขาจะขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ให้ตนไปนั่งเป็นเพื่อน ตอนนั้นก็พาไปหาหมอกินยา แล้วก็เข้าทางธรรม เสกซื้อหนังสือธรรมะมาอ่านเยอะมาก ชอบท่านพุทธทาส แต่ก็ไม่ดีขึ้น กานต์กล่าวต่อว่า เมื่อไม่ดีขึ้นเขาจึงไปหาหมอ หมอให้ยามากิน เป็นยาปรับอารมณ์ เมื่ออารมณ์ดีเขาก็หาย ต้องไปหาหมอตามนัดเพื่อปรับยา พอเขาร่าเริง ถ้าไม่ปรับยา ก็จะร่าเริงผิดปกติ และจะกลายเป็นไบโพลาร์อีก จริงๆแม้ไบโพลาร์จะเป็นโรคร้ายแรง รักษาไม่ถูกวิธี ก็อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย แต่ถ้ารักษาถูกวิธี หาหมอเป็นประจำก็ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หายได้ ไม่ใช่เป็นไปตลอด เมื่อถามว่าวันเกิดเหตุให้น้องเสือไปเพราะเป็นเจ้าของบ้านที่เสกอยู่ กานต์กล่าวว่า ใช่ เพราะเสือเซ็นทุกอย่างได้หมด ตนเซ็นอะไรไม่ได้เพราะหย่าแล้ว ตอนเข้าไปรปภ.ก็โทรศัพท์ถามเสก เสือเขาบอกว่าเขาเอง รปภ.ก็ให้เข้าไปเพราะเขาเป็นเจ้าของบ้าน เมื่อถามต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะไม่ยุ่งกับเสกแล้ว กานต์กล่าวว่า ตอนแรกว่าจะไม่ยุ่ง ต่อมาแฟนคลับมาขอให้ช่วยพี่เสก เลยโพสต์ไปว่าตนไม่ใช่นางฟ้า มีไม้กายสิทธิ์จะได้ช่วยทุกคน แต่ก็มีมาขอเรื่อยๆ จริงในโซเชี่ยลด่าตนก็ไม่ซีเรียส เพราะพวกเกรียนด่าทุกคนที่เป็นคนดังในโลกโซเชี่ยล แต่ที่มองเสกเป็นตัวตลก ตนรับไม่ได้ เราสะเทือนใจ รู้สึกว่าต้องช่วย จากร็อกสตาร์กลายเป็นตัวตลกโซเชี่ยลมันแย่ ทั้งชื่อเสียง ศักดิ์ศรี อีกทั้งมีแพทย์เตือนว่าไบโพลาร์นี่อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย ก็เลยคิดว่าต้องช่วยแล้ว กานต์กล่าวอีกว่า ส่วนการเข้าไปช่วยเหลือ ตนและลูกรออยู่หน้าบ้าน มีคนเข้าไป ซึ่งก็มีการขัดขืนในตอนแรก สุดท้ายก็ยอมไป โดยมีอีฟ อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์ ภรรยาคนปัจจุบัน โดยมีคนกลางอีกคนเป็นคนคอยประสาน เมื่อถึงแพทย์แล้วก็ต้องรอดูอาการ เพราะหมอบอกว่าบางคนก็เร็ว บางคนก็ช้า ตอนนี้เพิ่งวันที่ 2 อาการยังประเมินไม่ได้ ส่วนน้องเสือจะไม่เยี่ยมเสกวันที่ 21 ส.ค.นี้ เพราะเขาจะกลับไปเรียนต่อที่สหรัฐแล้ว เมื่อถามว่าเชื่อมั่นหรือไม่ว่าเสกจะหาย กานต์กล่าวว่า การันตีไม่ได้ ถ้าออกมาไลฟ์ด่ากันอีก ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนะ ครั้งนี้เป็นการช่วยโดยไม่หวังผลประโยชน์ ค่าใช้จ่ายก็ออกหมด ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยพ่อของลูกให้กลับมาเป็นปกติ กล้าออกจากบ้าน ไม่ใช่คล้องโซ่รั้ว ไม่กล้าออกไปไหน มันไม่ใช่คนปกติ แล้วบ้านไม่มีใครทำความสะอาดมันอยู่ไม่ได้ ยินดีที่จะกลับมาในฐานะเพื่อน ถ้าเขากลับมามีเหตุผล ขณะที่น้องเสือ กล่าวว่า ตอนที่พ่อมีอาการไบโพลาร์ ตนไม่เคยเจอ เพราะในสายตา พ่อเป็นคนร่าเริง ชอบคุยชอบเล่นกับลูก ตอนอยู่ด้วยกันที่บ้านเก่า อาการพวกนี้ไม่ค่อยโชว์ เขาไม่อยากให้ลูกเห็นว่าเขาเป็นคนอ่อนแอ ซึ่งตนไม่ได้ว่าเขาอ่อนแอ แต่พ่อเก็บความรู้สึก อยากให้ลูกเห็นว่าเขาเป็นคนแข็งแรง เป็นหัวหน้าครอบครัว น้องเสือกล่าวอีกว่า ส่วนที่พ่อไลฟ์สดมาราธอน ตนไม่ได้ดู เพิ่งมารู้ว่าเขาไลฟ์สดตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อ 3 วันที่แล้ว ยอมรับว่าข่าวเกี่ยวกับพ่อตนจะรู้ช้ามาก เพราะไม่อยากรู้เอง เรื่องของพ่อมีมาหลายปี ทั้งเรื่องหย่ากับแม่ มีมาเยอะ แต่ตนไม่ดู อยากผลักส่วนนี้ออกไปจากชีวิตเราก่อน อยากโฟกัสเรื่องเรียนอย่างเดียว ดูแลน้องๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของพ่อและแม่ ซึ่งเขาจัดการกันเองได้ แต่ตอนนี้ผมอายุ 21 ปีแล้ว ผมก็หนีมันไม่ได้ การเรียนก็จะจบแล้ว เรื่องนี้คือชีวิตของผมแล้ว ตอนนี้พ่อเขามองโลกไม่ชัด แตกต่างจากโลกความเป็นจริงที่ผมอยู่ ผมไม่รู้เขาคิดอะไร โลกความคิดต่างๆ ของไบโพลาร์และความ ซึมเศร้า สิ่งที่อยู่รอบข้างเขา ยา พวกผู้หญิง อาจมากระทบในสมอง ทำให้เขาอาจจะแย่กว่าเดิม ผมก็เป็นห่วง ผมอยากให้เขากลับมาเป็นคนเดิม ที่อยากจะรู้ว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากรู้มากที่สุดตอนนี้” เสือกล่าว เสือกล่าวว่า หลังจากที่กลับมาเมื่อเดือนพ.ค. ก็ได้ไปเยี่ยม ก็ตกใจ เพราะพ่อสภาพ โทรมจริงๆ แล้วบ้านหลังนั้น ถ้าตนไปอยู่ก็อยู่ไม่ได้ บ้านมันเละ พ่อมีหมา หมามันก็ฉี่ ขี้หมาเต็มเลย เขาเคยมีคนงาน ช่วยทำอาหาร ทำความสะอาด โรคนี้ทำให้เขามีอารมณ์ คิดว่าจะมีคนเข้าบ้านมาทำร้าย ก็เลยไล่คนงานออก ในบ้านก็ไม่มีคนทำความสะอาด ตนก็อยากให้เขาไปรักษา เขาเคยมีหมอประจำ แต่เลิกไปแล้ว ไม่อยากกินยา ไม่อยากทำอะไร อยากอยู่บ้านอย่างเดียว พอไม่มียามาช่วยต้าน อารมณ์มันก็ไปเรื่อยๆ ตอนที่คุยกับเขา เขาก็บอกโอเคๆ ตลอด ดูผมเขาสิ เขาใส่ชุดนี้ทุกวัน ผมไปเจอเขาเดือนพ.ค. ก็ใส่ชุดนี้ หมวกแบบนี้ ไม่ได้ตัดผมนานมาก เขาอยู่อย่างนี้ทั้งวันในห้องๆ เดียว ผมถามว่าทำไมไม่ทำค
Мой аккаунт